All posts by admin

สถานะพอร์ตและการตัดสินใจลงทุน (มี.ค. 61)

model-portfolio-03-2018

Model Portfolio เดือน มี.ค. 61 

กลับมาพบกับสรุป Model Portfolio ประจำเดือน มี.ค. 61 ซึ่งจัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เป็นพอร์ตสำหรับการศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    ของผู้เข้าสัมมนา DIY Portfolio กับ A-Academy
  2. เป็นพอร์ตการลงทุนจริงของลูกสาวผม
    สำหรับเป็นทุนการศึกษาในอีกประมาณ 18 ปีข้างหน้า
    ตามแผนที่เขียนไว้ใน หน้านี้

ก่อนอื่น ทุกท่านสามารถดาวโหลดไฟล์สรุปพอร์ตในรูปแบบ Excel ของเดือนนี้ ไปศึกษาอย่างละเอียดโดย คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ ครับ


สถานะพอร์ต ณ 30 มี.ค. 61

01-outstanding

02-performance

  • เดือนนี้พอร์ตมีมูลค่า 315,717.88 บาท
    (รวมเงินลงทุนใหม่ประจำเดือน 5,000 บาทแล้ว)
  • เดือน มี.ค. 61 ขาดทุน เท่ากับ -5,827.43 บาท หรือ -1.84%
    เป็นการขาดทุนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ต่อจากเดือน ก.พ.
    โดยพอร์ตย่อลงพอๆ กัน
  • ผลตอบแทนสะสมปี 2561 (3 เดือน) พลิกกลับจากกำไรเป็นขาดทุนแล้ว โดย ขาดทุน  -1.32%

03-benchmark

  • วัดผลเทียบ Benchmark เดือน มี.ค. 61
    พอร์ต -1.84%  vs BM -1.42% แพ้ไปนิดหน่อย
    โดยตกไปในทิศทางเดียวกัน
  • วัดผลเทียบ Benchmark  ตั้งแต่เริ่มลงทุน (ส.ค. 59)
    พอร์ต +8.10% vs BM +13.88% แพ้เท่ากับ -5.79%
    ซึ่งถือว่าแพ้เยอะมาก (เจ็บที่ต้องเขียนซ้ำแล้วซ้ำอีก 55)

แพ้สะสมเยอะขนาดนี้คงไม่ใช่แค่ผลจากค่าธรรมเนียมแล้ว แต่เป็นผลจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดด้วย หากล้างผลการแพ้ชนะในปีเก่าๆ ทิ้งไป เหลือไว้แค่ปี 2018 ก็ยังถือว่าแพ้เยอะอยู่ ดังรูปด้านล่าง

03-2-benchmark

นั่นคือตั้งแต่ต้นปีมานี้ BM กำไร +1.49% แต่พอร์ตขาดทุนไป -1.32% แพ้อยู่ -2.82% ทีเดียว


วิเคราะห์องค์ประกอบของผลตอบแทนเดือน มี.ค. 61

04-attribution-graph

จากกราฟ Performance Attribution ด้านบน จะเห็นว่าสีแดงเป็นแถบยาวเยอะทีเดียว มาวิเคราะห์ดูสาเหตุกันครับ ว่าผลตอบแทนที่แย่ของเดือนนี้ เกิดจากอะไร

  1. ระดับ Tactical Asset Allocation (TAA)
    • ระดับนี้เราจะยังไม่ดูกอง แต่ดูที่ระดับ Asset ก่อน จะเห็นว่าเดือนนี้ Asset Benchmark ที่ติดลบเรียงจากลบมากไปลบน้อย ได้แก่ Foreign Stock -3.61% และ Thai Stock -2.36% ถือเป็นเดือนที่หุ้นตกกันทั่วโลก ซึ่งผม Overweight หุ้นต่างประเทศไว้ ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด
    • ส่วน Property นั้นลบไป -0.14% การตัดสินใจ Underweight ไว้ก็ถือว่าพอใช้ได้
  2. ระดับ Fund Selection
    • เดือนนี้มีกองที่ Underperform ตัว Asset Benchmark เต็มๆ ก็คือ KFDYNAMIC ซึ่งลบไป -7.00% ทั้งๆ ที่ Benchmark คือ SET TRI ลบแค่ -2.36% เท่านั้น ถือว่าทำได้แย่มากทีเดียว (แต่อดีตเค้าก็เคยขึ้นแรงมากมาเช่นกัน นี่แหละหนากองหุ้นกลางเล็ก เวลาจะแกว่งก็แกว่งเสียน่ากลัว)
    • เสียแต้มไปจาก KFDYNAMIC ก็ได้คืนมาจาก BTP บ้าง เพราะเดือนนี้พลิกมาบวกได้ 1.48% แม้หุ้นไทยโดยรวมจะลบ แต่ก็คงชดเชยการติดลบ 7% ของ KFDYNAMIC ไม่ไหว ทำให้โดยรวมถือว่า Fund Selection ในส่วนหุ้นไทยนั้นล้มเหลวในเดือนนี้
    • ส่วนของหุ้นต่างประเทศก็มีเพียงกอง CPAM GIF เท่านั้น ที่ยังพอจะแข็งอยู่บ้าง คือลบแค่ -1.29% เทียบกับ BM ที่ลบมากถึง -3.61%
      ตรงข้ามกับ KF-GTECH ที่โดนหนัก เพราะหุ้นกลุ่ม Tech รับผลกระทบไปตรงๆ จากภาวะตลาดปัจจุบัน ลบไปถึง -7.15%
    • โดยรวมในส่วนของหุ้นต่างประเทศ ก็ถือว่าพอจะกลางๆ ได้บ้าง
      คือเสมอ BM 2 กอง แพ้ 1 กอง ชนะ 1 กอง

สรุปการปรับพอร์ตเดือนนี้

สถานการณ์ปัจจุบัน ผมคิดว่าภาวะตลาดหุ้นแย่ลงกว่าเดิม ซึ่งหากท่านใดติดตามมาตลอด จะเห็นว่า ผมหยุดการนำเงินใหม่เข้าซื้อหุ้นมาได้ 3-4 เดือนแล้ว คือพอมีเงินเข้าใหม่ก็พักไว้ในตราสารหนี้ไทยผ่านกอง K-FIXED มาเรื่อยๆ แต่ยังไม่แตะเงินเก่าในพอร์ต

เดือนนี้จะเป็นเดือนแรกที่ผมตัดสินใจปรับเงินเก่าในพอร์ต ในระดับที่ถือว่าเยอะ หากเทียบกับที่เคยนิ่งๆ มาตลอด โดยผมปรับดังนี้

07-target-aa

ลองเปรียบเทียบคอลัมน์ Current Asset Allocation กับ Target ใหม่ดูนะครับ จะเห็นว่าผมลดหุ้นลงทั้งไทยและเทศ โดยนำเงินที่ลดนั้นไปเพิ่มในส่วนของตราสารหนี้ไทยแทน ส่วนเงินใหม่ 5000 บาท และอีก 564.31 บาทซึ่งเป็นเงินปันผลจากกอง TMBPIPF ที่ได้รับในเดือนที่แล้ว ก็นำไปเติมในตราสารหนี้เช่นกัน

โดยสรุปจะได้ภาพใหญ่ของการปรับพอร์ตดังนี้

  • ตราสารหนี้ไทย 19.6% => 33.8% (เพิ่มขึ้น 14.3%)
  • อสังหา 17.6% ไม่ปรับ
  • หุ้นไทย 28.8% => 22.4% (ลดลง 6.3%)
  • หุ้นต่างประเทศ 24.2% => 16.3% (ลดลง 7.9%)
  • ทองคำ 9.9% ไม่ปรับ

โดยทำรายการซื้อขายดังนี้

06-transaction

ในส่วนของกอง KFDYNAMIC, BTP, TMBAGLF, KT-EURO ที่ขายไป เดี๋ยวพอได้เงินเข้าบัญชี ผมจะค่อยสั่งซื้อเข้าไปพักไว้ใน K-FIXED อีกทีหนึ่งนะครับ

เหตุผลสำคัญที่ผมมองว่าตลาดหุ้นแย่ลงนั้นเพราะราคาหุ้นของหลายๆ ตลาดหลัก ได้หลุดแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง (ซึ่งผมใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 สัปดาห์) และแนวโน้มระยะยาว (ซึ่งผมใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 40 สัปดาห์) มาค่อนข้างต่อเนื่อง ดังตารางด้านล่าง

08-taa-trend

จะเห็นว่าช่วงกลางเดือน (16/3/2018) ก็ยังหลุดกันไม่มาก แต่อีกสองสัปดาห์ถัดมา ก็เริ่มหลุดกันมากขึ้น และปัจจุบันก็ยังหลุดอยู่ โดยเฉพาะถ้าดูข้อมูลล่าสุดเมื่อคืนนี้ (2 เม.ย. 2561) จะเห็นว่าตลาดหลักคือ S&P500 ซึ่งเป็นตลาดหุ้นรายประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็หลุดเส้น MA20W และ MA40W แล้ว ดังรูปด้านล่าง

09-sp500

ซึ่งหากใครได้เรียนในคอร์ส DIY Portfolio ก็น่าจะพอจำได้ว่า ถ้าใครให้น้ำหนักกับแนวทาง Trend Following / Momentum แล้ว นี่ถืิอเป็นสัญญาณที่ต้องระวัง ยิ่งเมื่อเกิดกับตลาดใหญ่ๆ ของโลก หลายตลาด ก็อาจมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นอื่นๆ ด้วย ทำให้ผมตัดสินใจที่จะปรับลดพอร์ตลงค่อนข้างมากในครั้งนี้

แต่อย่าลืมนะครับ คำว่าปรับลดของผม ไม่ได้หมายถึงการอพยพเงิน จนทำให้กลายเป็นการเก็งกำไรเข้าออก แต่ยังคงหมายถึงการลงทุนเป็นพอร์ตอยู่ จะสังเกตว่าแม้หลังปรับพอร์ตแล้ว พอร์ตผมก็ยังคงความ Diversified และลงทุนใน Global Multi-Asset อยู่ดี เพียงแต่มีสถานะตั้ง Guard รับมือกับความเสี่ยงมากขึ้น

ซึ่งถ้าตลาดลงต่อ พอร์ตก็จะเสียหายน้อยกว่าการไม่ทำอะไร แต่ถ้าตลาดไม่ลงต่อ ผมก็จะไม่ได้พลาดถึงขนาดที่จะรู้สึกเสียดายมากมาย และยังสามารถโยกเงินที่ออกไป กลับมาลงทุนต่อได้ไม่ยาก ซึ่งก็ต้องลุ้นกันในเดือนถัดๆ ไป


ทิ้งท้ายก่อนจาก

พยายามหารูปและวิดีโอของลูกที่จะช่วยทำให้ผ่อนคลาย ยิ้มได้มาแปะช่วงท้าย แต่เดือนนี้เก็บรูปและวิดีโอไว้น้อย เลยมีมาแบ่งปันรอยยิ้มกันประมาณนี้นะครับ

img_20180330_174427__01

img_20180330_172936

img_20180326_151949_bokeh

img_20180326_074554

 

สถานะพอร์ตและการตัดสินใจลงทุน (ก.พ. 61)

model-portfolio-02-2018

Model Portfolio เดือน ก.พ. 61 

กลับมาพบกับสรุป Model Portfolio ประจำเดือน ก.พ. 61 ซึ่งจัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทั้ง…

  1. พอร์ตสำหรับการศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    ของผู้เข้าสัมมนา DIY Portfolio กับ A-Academy
  2. พอร์ตการลงทุนจริงของลูกสาวผม
    สำหรับเป็นทุนการศึกษาในอีกประมาณ 18 ปีข้างหน้า
    ตามแผนที่เขียนไว้ใน หน้านี้

ก่อนอื่น ทุกท่านสามารถดาวโหลดไฟล์สรุปพอร์ตในรูปแบบ Excel ของเดือนนี้ ไปศึกษาอย่างละเอียดโดย คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ ครับ


สถานะพอร์ต ณ 28 ก.พ. 61

01-outstanding

02-performance

  • เดือนนี้พอร์ตมีมูลค่า 316,545.31 บาท
    (รวมเงินลงทุนใหม่ประจำเดือน 5,000 บาทแล้ว)
  • เดือน ก.พ. 61 ขาดทุน เท่ากับ -5,873.74 บาท หรือ -1.85%
  • ผลตอบแทนสะสมปี 2561 (2 เดือน) ยังมี กำไร +0.53%

03-benchmark

  • วัดผลเทียบ Benchmark เดือน ก.พ. 61
    พอร์ต -1.85%  vs BM -0.41% ถือว่าแพ้ค่อนข้างมาก
    คือแม้จะตกเหมือนกัน แต่พอร์ตตกมากกว่าเยอะเลย
  • วัดผลเทียบ Benchmark  ตั้งแต่เริ่มลงทุน (ส.ค. 59)
    พอร์ต +10.12% vs BM +15.52% แพ้เท่ากับ -5.40%
    ซึ่งถือว่าแพ้เยอะมาก

แพ้สะสมเยอะขนาดนี้คงไม่ใช่แค่ผลจากค่าธรรมเนียมแล้ว แต่เป็นผลจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดด้วย หากล้างผลการแพ้ชนะในปีเก่าๆ ทิ้งไป เหลือไว้แค่ปี 2018 ก็ยังถือว่าแพ้เยอะอยู่ ดังรูปด้านล่าง

03-2-benchmark

นั่นคือตั้งแต่ต้นปีมานี้ BM กำไร +2.95% แต่พอร์ตกำไรแค่ +0.53% แพ้อยู่ -2.43% ทีเดียว


วิเคราะห์องค์ประกอบของผลตอบแทนเดือน ก.พ. 61

04-attribution-graph

ในเดือน ก.พ. 61 นี้ ผลตอบแทนของพอร์ตจริงได้น้อยกว่า Benchmark ค่อนข้างมาก เรามาวิเคราะห์ดูสาเหตุกันครับ ว่าเกิดจากอะไร

  1. ระดับ Tactical Asset Allocation (TAA)
    • สัดส่วนสินทรัพย์ต่างๆ ณ ปัจจุบันค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ Neutral แล้ว คือไม่ได้มีการ Take Active Decision ด้วยการลดหรือเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ใดมากเป็นพิเศษ ยกเว้น…
    • Foreign Stock ที่ยังมีการ Overweight อยู่ ซึ่งหากพิจารณา Foreign Stock Benchmark ซึ่งในเดือนที่แล้วมีการปรับฐาน ลดลงอย่างรุนแรง  แม้ท้ายเดือนจะดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยัง -2.56%  ซึ่งหากเทียบกับสินทรัพย์ทั้งหมดในพอร์ต ก็ถือว่าลบเยอะสุด ดังนั้นการที่ผมตัดสินใจ Overweight Foreign Stock เอาไว้ แล้วลบเยอะสุด ก็ถือว่าผลลัพธ์ของการตัดสินใจนั้นออกมาไม่ดี
    • Property ที่ Underweight  เอาไว้ กลายเป็นว่าเดือนนี้ให้ผลตอบแทนสูงสุดเลยเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น คือ +0.56% ก็เท่ากับว่าผมลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี ก็นับว่าผิดอีก
    • โดยรวม เดือนนี้ TAA Weight ของผมผิดพลาด เพราะดันไปเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์ที่ขาดทุนเยอะ และลดน้ำหนักสินทรัพย์ที่มีกำไรดี
  2. ระดับ Fund Selection
    • เดือนนี้นอกจาก Tactical Allocation จะพลาดแล้ว Fund Selection ก็พลาดด้วย เพราะกองทุนเกือบทุกกองที่ลงทุนไว้ ให้ผลตอบแทนด้อยกว่า Asset Benchmark ของตัวมันเองทั้งสิ้น ได้แก่
    • TMBPIPF แพ้ให้กับ Property Benchmark ซึ่งผมใช้กอง M-PROPERTY เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
    • BTP, KFDYNAMIC แพ้ให้กับ Thai Stock Benchmark ซึ่งผมใช้ SET TRI เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
    • TMBAFLF, KT-EURO, CPAM GIF แพ้ให้กับ Foreign Stock Benchmark ซึ่งผมใช้ S&P500 TRI เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
    • เดือนนี้มีเพียง KF-GTECH เท่านั้นที่เป็นกองที่ทำได้ดีกว่า Asset Benchmark

โดยรวมแล้วพอร์ตเดือนนี้ จึงประสบกับเคราะห์กรรมในระดับ “ซวยกำลังสอง” นั่นคือ Tactical ก็ผิด แล้วส่วนที่ผิดก็ยังเสียหายมากกว่าปกติอีกต่างหาก T_T


สรุปการปรับพอร์ตเดือนนี้

มุมมองผมยังค่อนข้างเหมือนกับเดือนที่ผ่านมามากๆๆ ดังนั้นขอ Copy ข้อความของเดือนก่อนมาให้อ่านกันเลยนะครับ

ถ้าใครได้ติดตามอัพเดทพอร์ตในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่าผมอยู่ในระหว่างการปรับพอร์ตเข้าสู่ค่ากลางคือเป็นสัดส่วนที่ไม่ Overweight หรือไม่ Underweight สินทรัพย์อะไรมากเกินไป โดยเฉพาะหุ้นที่แม้จะขึ้นมาร้อนแรง แต่ผมก็ไม่กล้าจะเพิ่มน้ำหนักเข้าไปให้มันแล้ว

เพราะหากดู Valuation หรือระดับความถูกแพง ก็ต้องบอกว่าแทบไม่มีตลาดหุ้นไหนที่เรียกว่า “ถูก” จะมีก็แค่ที่ไหน “ถูกกว่า” ที่ไหนเท่านั้น แต่ถ้ามองแบบสัมบูรณ์ (Absolute) แล้ว ก็ดูจะแพงไปเสียทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรกระหยิ่ม เติมน้ำหนักเข้าไปในหุ้นอีก ณ ตอนนี้

แต่หากดู Momentum หรือ Trend ของราคาสินทรัพย์แล้ว สินทรัพย์แทบทุกประเภทก็ยังอยู่ในขาขึ้นอยู่ นั่นคือเราจะหนีไม่ลงสินทรัพย์เสี่ยงเลยมันก็ไม่ใช่เหมือนกัน

Neutral Position จึงเป็นสถานะพอร์ตที่ผมเลือก ซึ่งก็อาจจะผิดหรือถูกก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องเลือกจริงมั๊ยครับ

ซึ่งเดือน ก.พ. ตลอดทั้งเดือน ผมว่าก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่ง ว่าตลาดสินทรัพย์ต่างๆ มีความอ่อนไหวมากเพียงใด เพราะเดือน ก.พ. นี้ราคาสินทรัพย์ค่อนข้างผันผวนมาก ขึ้นก็ไม่มาก และสักพักก็ลง สลับกันไป โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นต่างประเทศ ที่มีวันที่หุ้นลงมากกว่าวันที่ขึ้น

และข้อมูล ณ ปัจจุบันผมก็พบว่ามีดัชนีของตลาดหุ้นบางตลาดได้ปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับ หากพิจารณาจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันกันบ้างแล้ว เช่นดัชนี Nikkei 225, Shanghai Composite และหุ้นยุโรปบางดัชนี ซึ่งหากหลุดแนวรับสำคัญนี้ ก็อาจจะเรียกว่าเข้าสู่แนวโน้มขาลง ก็ยิ่งจะเพิ่มความอ่อนไหวให้หุ้นทุกๆ ตลาดมากเข้าไปใหญ่

แต่ในทางกลับกัน อีกหลายๆ ตลาดก็ยังไม่ได้ลงมาลึกมากขนาดนี้ โดยหากมองแนวโน้มราคาระยะยาวก็ยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นอยู่ และทางฟากเศรษฐกิจจริงที่ไม่เกี่ยวกับตลาดการลงทุน ก็ดูเหมือนว่าจะมีการเติบโตอยู่ ดังนั้นจะกลัวจนเลิกเลยมันก็ยังไม่ใช่อีก

ดังนั้น สำหรับภาวะที่ไม่รู้จะเอายังไงดี ผมก็ยังขอ Take Neutral Position คือการจัดพอร์ตให้ใกล้เคียงกับสัดส่วนตามแผนระยะยาว (Strategic Asset Allocation) เอาไว้ก่อน ซึ่ง ณ ตอนนี้

  • สัดส่วนหุ้นไทย ถือว่าใกล้เคียงแล้ว (ปัจจุบัน 29.6% แผน 30.0%)
  • หุ้นต่างประเทศเกิน (ปัจจุบัน 25.1% แผน 20.0%)
  • อสังหายังขาด (ปัจจุบัน 17.6% แผน 25.0%)
    แต่ก็เชื่อกันว่าหากดอกเบี้ยขึ้นแรงๆ กองอสังหาอาจจะทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นผมจึงยอมให้ขาดต่อไป
  • ทองคำมีไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงเป็นหลัก (ปัจจุบัน 9.8% แผน 10.0%) ก็ถือว่าโอเคแล้ว

ดังนั้นเดือนนี้เมื่อมีเงินเข้าใหม่ ผมจึงเลือกเอาไปพักไว้ในตราสารหนี้ไทย (ซึ่งใช้เป็นเสมือนเงินสด) เหมือนเดือนก่อนๆ ซึ่งในที่นี้ ผมนำเงินใหม่ 5,000 บาท ไปลงทุนในกอง K-FIXED ที่มีอยู่ในพอร์ตอยู่เดิม โดยยังไม่พิจารณาไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอะไรเพิ่มเติม

ด้านล่างนี้คือรายการที่ผมส่งคำสั่งเข้าไปครับ

06-transaction

ไว้เดือนต่อไปมาดูกันครับ ว่าพอร์ตจะเป็นยังไง


ทิ้งท้ายก่อนจาก

เดือนนี้พอร์ตขาดทุน ตลาดผันผวน ถือว่าทำให้เครียดได้พอประมาณ เรามาพักชมวิดีโอสาวน้อยเจ้าของพอร์ตนี้ เพื่อเรียกรอยยิ้มกันสักหน่อยนะครับ

ล่าสุดเธอเริ่มจะ Dance เป็นแล้ว พาไปเล่นกับหนุ่มไม่สนหนุ่มเลย ได้ยินเสียงเพลง เดินไป Dance เฉย อิอิ

สถานะพอร์ตและการตัดสินใจลงทุน (ม.ค. 61)

model-portfolio-01-2018

Model Portfolio เดือน ม.ค. 61 

กลับมาพบกับสรุป Model Portfolio ประจำเดือน ม.ค. 61 ซึ่งจัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทั้ง…

  1. พอร์ตสำหรับการศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    ของผู้เข้าสัมมนา DIY Portfolio กับ A-Academy
  2. พอร์ตการลงทุนจริงของลูกสาวผม
    สำหรับเป็นทุนการศึกษาในอีกประมาณ 18 ปีข้างหน้า
    ตามแผนที่เขียนไว้ใน หน้านี้

ก่อนอื่น ทุกท่านสามารถดาวโหลดไฟล์สรุปพอร์ตในรูปแบบ Excel ของเดือนนี้ ไปศึกษาอย่างละเอียดโดย คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ ครับ


สถานะพอร์ต ณ 31 ม.ค. 61

01-outstanding

02-performance

  • เดือนนี้พอร์ตมีมูลค่า 317,149.06 บาท
    (รวมเงินลงทุนใหม่ประจำเดือน 5,000 บาทแล้ว)
  • เดือน ม.ค. 61 กำไร เท่ากับ 7,393.15 บาท หรือ +2.42%
  • ผลตอบแทนสะสมปี 2561 (เดือนเดียว) จึงเท่ากับ 2.42%

03-benchmark

  • วัดผลเทียบ Benchmark เดือน ม.ค. 61
    พอร์ต +2.42%  vs BM +3.38% ถือว่าแพ้ค่อนข้างมาก
    และเดือนนี้เป็นเดือนที่ BM ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด
    นับตั้งแต่ที่เริ่มสร้างพอร์ตนี้มาด้วย
  • วัดผลเทียบ Benchmark  ตั้งแต่เริ่มลงทุน (ส.ค. 59)
    พอร์ต +12.20% vs BM +16.00% แพ้เท่ากับ -3.80%

จะเห็นว่าพอร์ตนี้สะสมค่า Negative Alpha หรือการแพ้ Benchmark เอาไว้เยอะถึง -3.80% เผื่อให้อยากเห็นเฉพาะผลลัพธ์ของปีนี้ ก็สามารถดูจากตารางและกราฟนี้เพิ่มเติมได้ครับ

03-2-benchmark

กราฟข้างบนเป็นการ Reset วันฐานในการวัดผลใหม่ มาเป็นปลายปี 2560 แทนที่จะเป็นตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. 59 ที่เริ่มตั้งพอร์ตครับ


วิเคราะห์องค์ประกอบของผลตอบแทนเดือน ม.ค. 61

04-attribution-graph

ในเดือน ม.ค. 61 นี้ ผลตอบแทนของพอร์ตจริงได้น้อยกว่า Benchmark ค่อนข้างมาก เรามาวิเคราะห์ดูสาเหตุกันครับ ว่าเกิดจากอะไร

  1. ระดับ Tactical Asset Allocation (TAA)
    • สัดส่วนสินทรัพย์ต่างๆ ณ ปัจจุบันค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ Neutral แล้ว คือไม่ได้มีการ Take Active Decision ด้วยการลดหรือเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ใดมากเป็นพิเศษ ยกเว้น…
    • Foreign Stock ที่ยังมีการ Overweight อยู่ ซึ่งหากพิจารณา Foreign Stock Benchmark ซึ่งบวกถึง +5.13% ซึ่งถือว่าบวกมากที่สุดจากทุกสินทรัพย์ ก็ถือว่าการเลือก Overweight Foreign Stock ก็ทำได้ถูกต้อง (แต่ที่แพ้ เพราะปัจจัยด้าน Fund Selection ซึ่งอยู่ในข้อ 2 ที่จะเขียนถึงต่อไป)
    • Property ที่ Underweight  อยู่ ผมถือว่าไม่ได้พลาดอะไร เพราะน้ำหนักที่ลดลงนั้น เอาไปเพิ่มให้กับ Foreign Stock ซึ่งบวกแรงกว่า ก็ถือว่าตัดสินใจได้ถูกแล้ว
    • ถ้าใครอ่านการวิเคราะห์ระดับ TAA ของเดือนนี้แล้วจำได้ จะพบว่าผมเขียนเหมือนกับเดือนที่แล้วเป๊ะๆ เลย แสดงว่ามุมมองในเรื่องการปรับ Asset Weight ผมยังทำได้ค่อนข้างดีอยู่
  2. ระดับ Fund Selection
    • แม้การปรับพอร์ตในระดับ Asset Allocation จะทำได้ถูกต้อง แต่พอมาเลือกกองทุนเพื่อใช้ลงทุนจริง เดือนนี้กองที่เลือกไว้กลับให้ผลตอบแทนไม่ค่อยดี คือแพ้ Asset Benchmark ของตัวเอง ส่วนที่ทำได้ดีๆ ก็แค่เสมอ Asset Benchmark เท่านั้น
    • กองทุนที่ดึงพอร์ตอย่างเห็นได้ชัดก็คือ CIMB-PRINCIPAL GIF ซึ่งเดือนนี้ -3.88% สวนทางกับ Foreign Stock BM ซึ่ง +5.13%
    • ส่วนอีกกองที่ดึงพอร์ตมากเป็นอันดับสองก็คือ BTP ซึ่งเดือนก่อนหน้าขึ้นแรงมาก พอมาเดือนนี้ขึ้นแค่ +0.95% ทั้งๆ ที่ Thai Stock BM ขึ้นมากถึง +4.19%
    • กองอื่นๆ นั้นผมยังถือว่าเลือกมาใช้ลงทุนได้โอเคอยู่ครับ

โดยรวมพอร์ตเดือนนี้ การตัดสินใจระดับ Tactical Allocation ถืิอว่าทำได้ดีแล้ว แต่มาตายที่ Fund Selection (เหมือนเดือนที่แล้วมากเลย)


สรุปการปรับพอร์ตเดือนนี้

มุมมองผมยังค่อนข้างเหมือนกับ 2-3 เดือนที่ผ่านมามากๆๆ ดังนั้นขอ Copy ข้อความของเดือนก่อนมาให้อ่านกันเลยนะครับ

ถ้าใครได้ติดตามอัพเดทพอร์ตในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่าผมอยู่ในระหว่างการปรับพอร์ตเข้าสู่ค่ากลางคือเป็นสัดส่วนที่ไม่ Overweight หรือไม่ Underweight สินทรัพย์อะไรมากเกินไป โดยเฉพาะหุ้นที่แม้จะขึ้นมาร้อนแรง แต่ผมก็ไม่กล้าจะเพิ่มน้ำหนักเข้าไปให้มันแล้ว

เพราะหากดู Valuation หรือระดับความถูกแพง ก็ต้องบอกว่าแทบไม่มีตลาดหุ้นไหนที่เรียกว่า “ถูก” จะมีก็แค่ที่ไหน “ถูกกว่า” ที่ไหนเท่านั้น แต่ถ้ามองแบบสัมบูรณ์ (Absolute) แล้ว ก็ดูจะแพงไปเสียทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรกระหยิ่ม เติมน้ำหนักเข้าไปในหุ้นอีก ณ ตอนนี้

แต่หากดู Momentum หรือ Trend ของราคาสินทรัพย์แล้ว สินทรัพย์แทบทุกประเภทก็ยังอยู่ในขาขึ้นอยู่ นั่นคือเราจะหนีไม่ลงสินทรัพย์เสี่ยงเลยมันก็ไม่ใช่เหมือนกัน

Neutral Position จึงเป็นสถานะพอร์ตที่ผมเลือก ซึ่งก็อาจจะผิดหรือถูกก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องเลือกจริงมั๊ยครับ

ยิ่งถ้ามาบวกกับข้อมูลผลตอบแทนล่าสุดของเดือน ก.พ. ไม่กี่วันมานี้ โดยเฉพาะวันศุกร์ที่  2 ซึ่งหุ้นต่างประเทศฝั่งตะวันตกลงกันหนักมาก ตามด้วยวันนี้ (5 ก.พ.) ซึ่งหุ้นไทยและหุ้นฝั่งเอเชียก็ลงหนักตามไปด้วย (ซึ่งว่ากันว่าเป็นเพราะ Yield ของสหรัฐฯ เริ่มปรับขึ้นอย่างชัดเจน)

ยิ่งยืนยันความคิดของผม ว่า Neutral Position น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้ และถ้าจะปรับที่ตรงไหน ผมก็ว่าการถือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยเพิ่มไว้ก่อน ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะในเคสนี้ผมจะปรับแค่ส่วนของเงิน 5,000 บาทที่เข้าใหม่ ยังไม่ได้ไปปรับเงินของเก่า

ดังนั้นในเดือนนี้ ผมจึงขอนำเงินใหม่ 5,000 บาท ไปลงทุนในส่วนของ Thai Bond ซึ่งก็คือกอง K-FIXED ที่มีอยู่ในพอร์ตอยู่เดิม โดยยังไม่พิจารณาไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอะไรเพิ่มเติม

ด้านล่างนี้คือรายการที่ผมส่งคำสั่งเข้าไปครับ

06-transaction

ไว้เดือนต่อไปมาดูกันครับ ว่าพอร์ตจะเป็นยังไง


ทิ้งท้ายก่อนจาก

ผมเดาว่ามีหลายคน ไม่อ่านเนื้อหาข้างบน แต่เลื่อนลงมาดูรูปเจ้าของพอร์ตเพียงอย่างเดียวเพื่อความบันเทิงใจเป็นหลัก

เดือนนี้จึงขอเอาพัฒนาการล่าสุดของเธอมาให้ดูในรูปแบบวิดีโอ จะได้ยิ้มกันได้เต็มที่นะครับ เธอเริ่มเรียนรู้ว่าอยากได้ของอร่อยต้องทำอะไรก่อน อิอิ

แล้วเดือนหน้าเจอกันใหม่ครับ หวังว่าตลาดหุ้นจะยังไม่ถล่มเร็วๆ นี้ หรือถ้าจะลงก็ขอให้ลงแบบนุ่มๆ พอให้ได้ตั้งตัวกันหน่อยแล้วกันเนาะ

ปล. ช่วงนี้สัมมนา DIY Portfolio รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นสัมมนาที่สอนความรู้ที่ใช้กับ Model Portfolio พอร์ตนี้โดยตรง กำลังเปิดรับสมัครอยู่ ท่านใดสนใจสามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเรียนได้โดยคลิก ที่นี่ นะครับ